วิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาส “เคลือบแก้วทำง่าย เคลือบได้ทุกชิ้นส่วน”
  • เลือกวันที่อากาศปลอดโปร่ง ห้ามทำการลงน้ำยากลางแดดจัดและบริเวณที่มีฝุ่นเยอะ ควรทำในที่ร่ม เช่น ในโรงรถหรือใต้อาคาร เป็นต้น
  • เตรียมสภาพพื้นผิวรถยนต์ให้พร้อมก่อนการลงเคลือบแก้ว (สำหรับรถใหม่ล้างทำความสะอาดและเช็ดแห้งตามขั้นตอนปกติ สำหรับรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แนะนำให้ลงดินน้ำมันขัดสีรถ และเก็บรอยขนแมวให้เรียบร้อยก่อนการลงน้ำยา)
  • ทำการเคลือบลงบนพื้นผิวรถยนต์ โดยค่อย ๆ ทำทีละชิ้นงานและแบ่งพื้นที่การเคลือบออกเป็นส่วน ๆ ตามวีดีโอสาธิตการใช้งาน
  • เทน้ำยาเคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาสลงบนฟองน้ำ Applicator Sponge ที่มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ โดยเทน้ำยาให้ชุ่มฟองน้ำในครั้งแรก
  • ทำการ Apply น้ำยาเคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาส ลงไปบนพื้นผิวแนวยาวและแนวขวางสลับกันตามลักษณะของตารางหมากรุก รอให้สารนาโนซิลิก้าได้ทำการสร้างชั้นโพลิเมอร์ยึดเกาะกับผิวรถ ประมาณ 3-5 นาที
  • จากนั้นทำการเช็ดเคลียร์พื้นผิวออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ (ให้เช็ดไปในทิศทางเดียวกันห้ามเช็ดเป็นวงกลม) เพื่อให้ชั้นฟิล์มเงาลื่น เรียบเนียนเสมอกัน สีของรถจะเงางาม เปล่งประกาย และได้ชั้นเคลือบแก้วที่ช่วยปกป้องรถยนต์ของท่านได้ยาวนาน
  • หากต้องการลงเคลือบแก้วซ้ำอีกครั้งเพื่อเพิ่มความหนา สามารถเคลือบซ้ำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้งหลังจากเคลือบแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง หากเสร็จสิ้นการเคลือบแก้วแล้ว เพื่อการเซ็ทตัวของชั้นแก้วอย่างสมบูรณ์แบบ ควรทิ้งไว้ 18-24 ชั่วโมงก่อนการนำรถออกไปใช้งานตามปกติ

TV COMMERCIAL

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Diamond Class Crystal Glass Coating คืออะไร แตกต่างจากเคลือบแก้วยี่ห้ออื่นอย่างไร ?

ไดมอนด์คลาส คือ ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วที่มีส่วนประกอบนาโนซิลิกอนไดออกไซด์ ประเภทโพลิเมอร์ ของแท้ 100% (Crystal Nano SiO2 Polymer) ซึ่งให้โมเลกุลของสารซิลิกาที่ละเอียดกว่าสารปกติ เพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิวรถยนต์ สร้างชั้นเคลือบแก้วเป็นเกราะป้องกันให้กับสีรถถึง 6-8 ไมครอน จากการเคลือบเพียงครั้งเดียว (1 Layer) และสูงสุดถึง 10 ไมครอนจากการเคลือบสองครั้ง (2 Layers) คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยใช้สัดส่วนสารนาโนซิลิก้า (Nano SiO2) ประเภทโพลิเมอร์ที่ลงตัวเพียงขวดเดียว ในระบบ Coat System ซึ่งเป็นระบบแรกเริ่มของญี่ปุ่น เป็นเคลือบแก้วแท้สูตรการผลิตลิขสิทธิ์เฉพาะไดมอนด์คลาสเท่านั้น ที่ให้คุณสามารถทำเคลือบแก้วด้วยตัวเองได้ง่าย และสามารถเคลือบได้ทุกชิ้นส่วน

เคลือบแก้วมีทั้งหมดกี่ระบบ และแตกต่างกันอย่างไร ?

การทำเคลือบแก้วหลังการเตรียมพื้นผิวเสร็จเรียบร้อย ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก

  • Coat System : ระบบการลงน้ำยาเคลือบแก้วโดยใช้หลักการทา (Apply) สารเคลือบลงบนพื้นผิว โดยใช้ฟองน้ำที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับลงน้ำยาเคลือบแก้วโดยเฉพาะที่เรียกว่า Applicator Sponge รอให้สารเคลือบยึดเกาะกับพื้นผิวรถยนต์ จากนั้นเช็ดเคลียร์พื้นผิวให้สารซิลิก้าเคลือบเรียบเนียนเสมอกับพื้นผิวด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ถือได้ว่าเป็นระบบแรกๆ มาตรฐานตามสูตรดั้งเดิมของญี่ปุ่น
  • Quartz System : ระบบการลงน้ำยาเคลือบแก้วโดยใช้หลักการพ่น (Spray) สารเคลือบลงบนพื้นผิว โดยใช้สารซิลิก้าเข้มข้นมาทำละลาย ใส่กาพ่นแล้วนำมาฉาบพ่นลงบนพื้นผิวรถยนต์ จากนั้นเคลียร์พื้นผิวให้สารซิลิก้าเคลือบเรียบเนียนเสมอกับพื้นผิวด้วยเครื่องขัด ถือว่าเป็นพัฒนาการของการทำเคลือบแก้ว ซึ่งจต้องใช้เทคนิคและความชำนาญที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และจำเป็นต้องมีเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในงานเคลือบแก้วระบบ Quartz
เคลือบแก้วกับ Wax ต่างกันอย่างไร ?

หลักการของ Wax เน้นไปในเรื่องของความเงาฉ่ำของสีรถเป็นหลัก ไม่ได้เน้นไปในด้านของการปกป้องมากนัก อายุการใช้งานของ Wax นั้นจะค่อนข้างสั้น สามารถหลุดลอกไปเมื่อทำการล้างรถ ส่วนการเคลือบแก้วนั้นลักษณะเป็นลักษณะของการเคลือบแข็ง มีกระบวนการสร้างชั้นฟิล์มขึ้นมาเป็นชั้นผิวอีก 1 ชั้นซึ่งให้ความหนา (Top Coat Thickness) เน้นในเรื่องของการป้องกันเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วก็มีการพัฒนาในส่วนของเพิ่มความเงาฉ่ำของสีรถเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทำไมเคลือบแก้วจึงทำเองได้ด้วยตนเองได้
  • กระบวนการเคลือบแก้วนั้นสามารถทำเองได้ไม่ยาก เป็นเพียงกระบวนการเคลือบขั้นตอนสุดท้ายหลังจากที่เราเตรียมผิวรถตามขั้นตอนปกติเสร็จเรียบร้อย หากความยุ่งยากนั้นจะอยู่ที่ขั้นตอนการฟื้นฟูสภาพผิวรถยนต์ เช่น การเก็บสีและริ้วรอยต่างๆในกรณีที่เป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
  • ดังนั้นหากเป็นรถยนต์ใหม่ที่ออกจากศูนย์บริการ หรือรถที่เพิ่งออกจากอู่ซ่อมสี จึงไม่ได้เป็นการยากที่จะทำเคลือบแก้วด้วยตนเอง เพราะชุดเคลือบแก้วทำเองถือว่าเป็นสินค้าประเภท DIY (Do It Yourself) ที่ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น
ทำไม Diamond Class Crystal Glass Coating (Nano SiO2) ถึงใช้งานง่าย ?
  • Diamond Class พัฒนาผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วในระบบ Coat System ซึ่งเป็นระบบดั้งเดิมที่มีความง่ายและทุกคนสามารถทำได้
  • Diamond Class พัฒนาผลิตภัณฑ์เคลือบแก้ว (Crystal Glass Coating Set) ที่เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภค คือ ปรับปรุงและพัฒนาสูตรโดยใช้สัดส่วนสารนาโนซิลิก้า (Nano SiO2) ประเภทโพลิเมอร์ในปริมาณที่เหมาะสมและลงตัวเพียงขวดเดียว เพื่อลดความยุ่งยาก ทั้งยังสามารถใช้งานได้คลอบคลุมกับทุกชิ้นส่วนของรถ (ศึกษาวิธีการใช้งานเพิ่มเติมด้านหลังกล่องบรรจุภัณฑ์)
เคลือบแก้ว Diamond Class เหมาะกับผู้ใช้ประเภทใด ?
  1. ผู้ที่ชื่นชอบในการดูแลรักษารถยนต์ด้วยตนเองเป็นประจำ ต้องการผลิตภัณฑ์ทำเคลือบแก้วด้วยตนเองในราคาที่เหมาะสม
  2. ผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อนำไปให้ศูนย์บริการเคลือบแก้วจัดการทำให้ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
  3. ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงานบริการรถยนต์ เช่น ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ศูนย์จำหน่ายรถยนต์ ศูนย์บริการทำความสะอาดรถยนต์ และอื่นๆ ที่ยังไม่มีบริการ Glass Coating หรือกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วที่มีคุณภาพ เพื่อต่อยอดธุรกิจและให้บริการลูกค้าของท่านเอง
รถยนต์ลักษณะใดเหมาะกับเคลือบแก้ว Diamond Class ?
  1. รถยนต์ใหม่ที่เพิ่งออกจากศูนย์บริการ
  2. รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมา แต่ทำการซ่อมสีและเก็บสีเรียบร้อยแล้ว
ทำไมเคลือบแก้วจึงเหมาะกับการใช้กับรถใหม่หรือรถที่ซ่อมสีเสร็จแล้ว?
  1. รถที่จะทำการเคลือบแก้วนั้นหากเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมานานนั้น มักจะมีริ้วรอยต่างๆ เช่น รอยขนแมวและสภาพผิวรถที่ขาดความสมบูรณ์ ทั้งในด้านของสีและผิวสัมผัส ควรทำการเก็บสีและเตรียมพื้นผิวให้เสร็จเรียบร้อยมาก่อน เพราะการเคลือบแก้วเปรียบเสมือนเกราะป้องกัน หากยังไม่การเก็บรอยต่างๆแล้วมาทำเคลือบแก้ว รอยตำหนิต่างๆ ก็จะอยู่ภายใต้ชั้นเคลือบแก้ว ไม่สามารถที่จะกลับมาขัดเคลือบเก็บรอยเหล่านี้ได้ในขณะที่ชั้นเคลือบแก้วยังไม่หมดอายุการใช้งาน
  2. สำหรับรถใหม่นั้นผิวสีที่มีความสมบูรณ์ค่อนข้างสูง เพียงแค่ทำการเตรียมพื้นผิวรถยนต์ตามปกติก็สามารถเคลือบแก้วได้โดยทันที
คุณลักษณะพิเศษของเคลือบแก้ว Diamond Class เป็นอย่างไร ?
  1. ให้ความแข็งของชั้นแก้วที่ระดับ 7H ที่ระดับความหนาสูงสุด 10 ไมครอน (UM) จากการเคลือบซ้ำ 2 ครั้ง (2 Layers)
  2. ป้องกันการรอยขนแมวและรอยขีดข่วน ไม่ให้เข้าไปถึงในชั้นของผิวสี ทําให้ขัดลบรอยออกได้ง่าย
  3. สะท้อนกลับรังสี Ultra Violet (UV) ได้มากถึง 99% ช่วยป้องกันการซีดเหลืองสําหรับรถสีขาว
  4. เพิ่มการรีดน้ำ (Water Repel) ลดการเกาะตัวของหยดน้ำและฝุ่นละอองบนบนผิวสีรถยนต์ ทดสอบโดยการพ่นน้ำลงบนผิวรถหลังเคลือบทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง สามารถช่วยป้องกันคราบสกปรก ทำความสะอาดรถยนต์ได้ง่ายแม้ใช้เพียงน้ำเปล่า
  5. สามารถทำเองได้ง่าย และเคลือบได้ทุกชิ้นส่วนของรถยนต์ ทั้งพื้นผิวรถ, ขอบคิ้วยาง, พลาสติก, กระจก และล้อแมกซ์
  6. ชั้นเคลือบแก้วไดมอนด์คลาสมีประสิทธิภาพยาวนานถึง 2 ปี (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ)
ทำไมขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นสำคัญ เห็นบางที่รับประกันเป็นปี ?

ประสิทธิภาพของชั้นเคลือบแก้วสามารถลดลงได้เป็นธรรมดาตามการใช้งานตามสภาวะแวดล้อมจริง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าศูนย์บริการฯเคลือบแก้วต่างๆ ในการออก Warranty รับประกันรถที่ทำเคลือบแก้วกับศูนย์บริการฯนั้น ต้องมีการนัดหมายให้นำรถเข้าไปบำรุงรักษาชั้นเคลือบแก้วทุกๆระยะ ตามที่กำหนด เช่น ทุกๆ 4 เดือน หรือทุกๆ 6 เดือน เป็นต้น

ตอนลงน้ำยาเคลือบแก้วยากไหม ต้องทำอย่างไร มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ?
  1. เลือกวันที่อากาศปลอดโปร่ง ห้ามทำการลงน้ำยากลางแดดจัดและบริเวณที่มีฝุ่นเยอะ ควรทำในที่ร่ม เช่น ในโรงรถหรือใต้อาคาร เป็นต้น และทำเคลือบแก้วในขณะที่ผิวรถมีอุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงการทำในขณะที่ผิวรถยังมีความร้อนจากเครื่องยนต์
  2. เตรียมสภาพพื้นผิวรถยนต์ให้พร้อมก่อนการลงเคลือบแก้ว (สำหรับรถใหม่ล้างทำความสะอาดและเช็ดแห้งตามขั้นตอนปกติ สำหรับรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แนะนำให้ลงดินน้ำมันขัดสีรถ และเก็บรอยขนแมวให้เรียบร้อยก่อนการลงน้ำยา)
  3. ทำการเคลือบลงบนพื้นผิวรถยนต์ โดยค่อยๆทำทีละชิ้นงานและแบ่งพื้นที่การเคลือบออกเป็นส่วนๆ ตามวีดีโอสาธิตการใช้งาน
  4. เทน้ำยาเคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาสลงบนฟองน้ำ Applicator Sponge ที่มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ โดยเทน้ำยาให้ชุ่มฟองน้ำในครั้งแรก
  5. ทำการ Apply น้ำยาเคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาส ลงไปบนพื้นผิวแนวยาวและแนวขวางสลับกันตามลักษณะของตารางหมากรุก รอให้สารนาโนซิลิก้าได้ทำการสร้างชั้นโพลิเมอร์ยึดเกาะกับผิวรถ ประมาณ 3-5 นาที
  6. จากนั้นทำการเช็ดเคลียร์พื้นผิวออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ (ให้เช็ดไปในทิศทางเดียวกันห้ามเช็ดเป็นวงกลม) เพื่อให้ชั้นฟิล์มฟิล์มเงาลื่น, เรียบเนียนเสมอกัน สีของรถจะเงางาม เปล่งประกาย และได้ชั้นเคลือบแก้วที่ช่วยป้องป้องรถยนต์ของท่านได้ยาวนาน
ทำการเคลือบซ้ำได้ไหม ?

หากต้องการลงเคลือบแก้วซ้ำอีกครั้งเพื่อเพิ่มความหนา สามารถเคลือบซ้ำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้งหลังจากเคลือบชั้นแรกเสร็จแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง

ตามศูนย์บริการมีเทคนิคการอบความร้อนให้เคลือบแก้วเซ็ตตัว แล้วเคลือบแก้ว Diamond Class ล่ะ ?

เทคนิคการอบด้วยความร้อนจากแสงอินฟาเรดเป็นการทำให้ชั้นเคลือบแก้วเซ็ตตัวได้เร็วขึ้น แต่ เคลือบแก้ว Diamond Class ถูกออกแบบและพัฒนาใช้ปฏิกริยา oxidation กับอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงช่วยในการเซ็ตตัวเป็นหลักอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อการเซ็ตตัวของชั้นแก้วอย่างสมบูรณ์แบบ ควรทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงก่อนการนำรถออกไปใช้งานตามปกติ ไม่ควรโดนน้ำหรือล้างรถโดยทันที

รถที่เคลือบแก้วแล้วมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร ?
  1. การล้างสีรถที่ทำเคลือบแก้วนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์แชมพูล้างรถที่ได้คุณภาพมีค่า PH เป็นกลาง (PH Balance = 7) จะสังเกตุได้ว่าปัจจุบันจะมีร้านคาร์แคร์ที่รับล้างสีรถที่เคลือบแก้วมาโดยเฉพาะเปิดให้บริการมากขึ้น
  2. รถเคลือบแก้วเมื่อผ่านใช้งานไปสักระยะสามารถลง Wax เพิ่มความเงางามได้ตามปกติ โดยควรเลือกแว๊กซ์ที่ไม่มีส่วนผสมของผงขัด (Compound) ควรใช้ประเภทที่เป็น Pure Wax เพราะหากใช้แว๊กซ์ที่มีผงขัดจะทำให้ชั้นผิวของเคลือบแก้วนั้นลดประสิทธิภาพและบางลงตามลำดับ
  3. การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเคลือบแก้ว (Glass Coating Maintenance) ปัจจุบันบำรุงรักษาเคลือบแก้วเป็นลักษณะสเปรย์ใช้ฉีดพ่นทุกครั้งหลังการทำความสะอาด มีส่วนสารประกอบที่เป็นซิลิก้าผนวกกับกสารเคลือบเงา ข้อดีคือช่วยเติมต่อของชั้นเคลือบแก้วให้เต็มและเงางามอยู่เสมอ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลรักษารถเคลือบแก้วในปัจจุบัน
เคลือบแก้ว Diamond Class มีทั้งหมดกี่ขนาด ?

มีทั้งหมด 3 ขนาด

  • ขนาด 60 CC : ราคา 2,290 บาท
  • ขนาด 105 CC : ราคา 3,990 บาท
  • ขนาด 300 CC : ราคา 8,990 บาท

สามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นสินค้าประจำเดือนได้ที่นี่ Click!

เคลือบแก้ว Diamond Class แต่ละขนาดเคลือบได้กี่ครั้ง ต้องซื้อขนาดเท่าไร ?

การเลือกซื้อนั้น แนะนำให้พิจารณาตามความจำเป็นในการใช้งานและประเภทรถที่ใช้งานอยู่เป็นสำคัญ

  1. Diamond Class ขนาด 60 CC : เหมาะสำหรับผู้ที่ดูแลรถของตนเองเพียงคันเดียว เหมาะสำหรับรถที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (Size S – M) สามารถเคลือบได้ 2 คัน (1 Layer / 1 คัน)
  2. Diamond Class ขนาด 105 CC : เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถหลายคัน และเหมาะสำหรับรถที่มีขนาดใหญ่ (Size L – XXL) โดยขนาด 105 CC สามารถเคลือบได้ 2-3 คัน (1 Layer / 1 คัน)
  3. Diamond Class ขนาด 300 CC : เหมาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับงานบริการรถยนต์ เช่น ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ศูนย์จำหน่ายรถยนต์ ศูนย์บริการทำความสะอาดรถยนต์และอื่นๆ ที่ต้องการเพิ่มบริการด้าน Glass Coating หรือกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วที่มีคุณภาพ เพื่อต่อยอดและสร้างผลกำไรให้ธุรกิจอย่างสวยงาม
4 Guaranteed (4G) ของเคลือบแก้ว Diamond Class คืออะไร ?
  1. Standard Japan Formulation Guaranteed : Authorized for Diamond Class ยืนยันสูตรการผลิต ลิขสิทธิ์เฉพาะไดมอนด์คลาสเท่านั้น ปรับปรุงและพัฒนาเคลือบแก้วในระบบ Coat System ให้เหมาะกับสภาวะแวดล้อมของประเทศไทย ตามแบบฉบับมาตรฐานดั้งเดิมของญี่ปุ่น
  2. Crystal Nano SiO2 Polymer Guaranteed : Increase the film adhesion to the car surface ด้วยเทคโนโลยีของสารคริสตัลนาโนซิลิก้าโพลิเมอร์ เพิ่มการสร้างชั้นฟิล์มและยึดเกาะกับพื้นผิว ให้ชั้นแก้วที่แกร่งแต่คงความยืดหยุ่น ยืนยันว่าทำเองได้ง่าย เคลือบได้ทุกชิ้นส่วน เอกสิทธิ์การปกป้องเฉพาะที่เหนือกว่าของเคลือบแก้วไดมอนด์คลาสเท่านั้น
  3. Chemical Scientist Proven Guaranteed : ได้รับการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์เคมี สารประกอบที่ใช้เป็นสารซิลิก้าโพลิเมอร์ขนาดนาโน ทุกครั้งที่เลือกไดมอนด์คลาส มั่นใจได้ว่าคุณได้ใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วแท้อย่างแน่นอน
  4. Money Back & Satisfaction Guaranteed : We’re dare to say it out loud เคลือบแก้วแท้ไดมอนด์คลาส ทางเลือกใหม่ที่คุณสามารถทำเคลือบแก้วรถของคุณด้วยตนเอง เราจึงกล้ายืนยันรับประกันความพึงพอใจ ไม่ได้ผลยินดีคืนเงินภายใน 15 วัน